หน้าหลัก > มุมความรู้ > Smart Invest by KTBST : หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์" คืออะไร ? เหมาะกับการลงทุนหรือไม่

Smart Invest by KTBST : หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์" คืออะไร ? เหมาะกับการลงทุนหรือไม่


KTBST

"หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์" (Perpetual Bond) คือตราสารหนี้ที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าตราสารหนี้ทั่วไปเนื่องจากตราสารหนี้ชนิดนี้มีความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูง โดยมีลักษณะที่สำคัญคือ 1.) Perpetual Bond จะไม่มีกำหนดวันไถ่ถอนระบุไว้เหมือนตราสารหนี้ทั่วไป ทำให้ผู้ลงทุนอาจจะได้รับเงินต้นคืนที่ช้า ซึ่งใกล้เคียงกับลักษณะของตราสารทุน 2.) การลงทุนใน Perpetual Bond ส่วนใหญ่จะมีกำหนดให้ผู้ออกมีสิทธิไถ่ถอนคืนก่อนกำหนดในช่วง 5 ปีแรก โดยในทางบัญชีจะถือว่าเงินทุนที่ได้จากการออก Perpetual Bond สามารถนับเป็นทุนได้ แต่หากเลยเวลา 5 ปี จะถูกนับเป็นหนี้ ดังนั้นผู้ออกมักจะไถ่ถอนคืนเมื่อครบ 5 ปี เพื่อให้เกิด อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity Ratio) เพิ่มขึ้น 3.) ตราสารหนี้ทั่วไปต้องจ่ายดอกเบี้ยตามกำหนดเวลา แต่ Perpetual Bond มีเงื่อนไขที่สามารถเลื่อนการจ่ายดอกเบี้ยได้แม้บริษัทจะมีกำไรก็ตามและ 4.) หากผู้ออกตราสารล้มละลายผู้ถือตราสารหนี้ด้อยสิทธิ มีสิทธิเรียกร้องการชำระคืนจากตราสารหนี้ที่มีประกัน (Secured bond) และตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิ (Senior bond)

เหตุที่ KTBSTเรานำเสนอเรื่อง Perpetual Bond ในสัปดาห์นี้ก็เพราะว่า ด้วยภาวะในปัจจุบันที่เศรษฐกิจได้รับปัจจัยลบจนไม่เอื้อต่อบรรยากาศการลงทุนนักทำให้ Perpetual Bond เริ่มเป็นที่น่าสนใจทั้งกับผู้ออกตราสารและผู้ลงทุนเอง ซึ่งเห็นได้จาก

1.) ความต้องการถือ Perpetual Bond ของนักลงทุนเพิ่มขึ้นเพราะต้องการหากระแสเงินสดที่คาดการณ์ช่วงเวลาได้และเพื่อกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน

2.) เนื่องจากภาวะดอกเบี้ยขาลงนั้นเป็นการสนับสนุนให้มูลค่าของ Perpetual Bond สูงขึ้นและอาจส่งผลให้บริษัทมีแนวโน้มไถ่ถอนตราสารคืนก่อนกำหนดเพื่อเสนอขายหุ้นกู้ใหม่

ประการสุดท้าย 3.) คือ บริษัทต่างๆมีแนวโน้มออกตราสารเพื่อทำให้สัดส่วนหนี้สินของบริษัทผู้ออกต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจาก Perpetual Bond นั้นถูกจัดเป็นตราสารทุน



"บล.เคทีบี"

** ประโยชน์ของผู้ลงทุนและผู้ออกตราสาร Perpetual Bond **

- ผู้ลงทุนที่ถือตราสาร Perpetual Bond จะได้รับผลตอบแทนสูงกว่าเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ประเภทอื่นๆ และสามารถคาดการณ์แหล่งที่มาของรายรับได้ ขณะที่บริษัทผู้ออกตราสารหนี้ สามารถระดมทุนได้ในต้นทุนที่ต่ำ อีกทั้งสามารถเลื่อนการชำระดอกเบี้ยแต่ละงวดได้ และสามารถรักษาอัตราส่วนหนี้ต่อทุนไม่ให้สูงเกินไปจนเกิดความเสี่ยงด้านเครดิต

- อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่นักลงทุนอาจเจอคือ การได้รับเงินต้นที่ช้า การเลื่อนชำระดอกเบี้ยรวมไปถึงสภาพคล่องที่ต่ำเพราะการซื้อขายในตลาดรองที่มีไม่มาก

- เป็นข้อมูลที่เอาฝากนักลงทุนกันในสัปดาห์นี้ครับ เพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน เชื่อว่าสภาพตลาดที่ยังมีความไม่แน่อนแบบนี้นักลงทุนคงมองหาทางเลือกการลงทุนอื่นๆ เพื่อสร้างผลตอบแทน และกระจายความเสี่ยงไปในเวลาเดียวกัน ดังนั้นก็ต้องประเมินความเสี่ยงของตนเองก่อนการลงทุนและศึกษาข้อมูลการลงทุนให้มากๆ นะครับ

-- Smart Invest by KTBST --