หน้าหลัก > มุมความรู้ > แนวความคิดการออมการลงทุนของแต่ละ Generation โดย “ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์”

แนวความคิดการออมการลงทุนของแต่ละ Generation โดย “ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์”

 

"ดร.วิน"


แนวความคิดการออมการลงทุนของแต่ละ Generation

 
 โดย “ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์”   ประธานกรรมการบริหาร เคทีบีเอสที โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ KTBST SEC
 
 
   ปฏิเสธไม่ได้นะครับว่าช่วงที่ผ่านมาการออม การลงทุนเข้ามามีบทบาทในสังคมไทยไม่น้อยเลยทีเดียว คนทุกช่วงวัยหันมาให้ความสำคัญกับการออมและการลงทุนมากยิ่งขึ้น วันนี้ “ดร.วิน” อุดมรัชตวนิชย์ นักบริหารการลงทุนและความมั่งคั่ง ในนามของ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) หรือ KTBST มาวิเคราะห์ให้เราฟังกันในวันนี้ว่าแต่ละ Generation จะมีแนวความคิดการออมการลงทุนอย่างไร
 
“Gen-Y ห่วงแต่ประสบการณ์ชีวิต ไม่ยึดติดกับความมั่นคง” 
 
“ดร.วิน” - จริงๆเรื่อง Gen-Y ห่วงประสบการณ์ชีวิต ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราเห็นได้ โดยที่ไม่ได้เซอร์ไพรส์อะไรอยู่แล้ว แต่การที่จะบอกว่า Gen-Y ไม่สนใจการลงทุน หรือไม่ยึดติดกับการมั่นคงนั้น อันนี้ไม่ใช่ เพราะว่าเป็น Gen ที่เติบโตมากับตลาดหุ้น ตลาดทอง ตลาดน้ำมัน เขาเรียนรู้การลงทุนผ่านชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ทำให้คน Gen นี้เป็นกลุ่มที่เข้าถึงลงทุนมากที่สุดผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ เช่น ช่องทางออนไลน์ Facebook , Twitter และสื่ออื่นๆ ถ้านับจำนวนต่อหัวนะครับ แต่ด้วยความที่เป็น Gen ที่มีความอิสระสูง รายได้ที่ได้มาส่วนที่ควรจะเก็บหอมรอมริบจึงถูกนำมาใช้ในส่วนของการเติมเต็มประสบการณ์ชีวิตและเหลือจากนั้นจึงนำมาลงทุน ทำให้เม็ดเงินการออมจาก Gen นี้จึงไม่มาก เมื่อทเทียบกับรุ่นพ่อแม่ ที่เก็บออมมานานกว่า
 
ทำไมเม็ดเงินการออมของ Gen ต่างๆถึงได้ต่างกัน
 
“ดร.วิน” - คืออย่างที่บอกไปด้านบน ว่า Gen-Y มีจำนวนต่อหัวในการเข้าถึงการลงทุนมากกว่า แต่เม็ดเงินที่เข้ามาสู่ระบบการลงทุนกลับน้อยกว่า ในขณะที่ Gen-X หรือ Boomer จำนวนหัวเข้าถึงการลงทุนได้น้อยกว่าเพราะไม่ถึงเทคโนโลยีได้มากเท่ากับ Gen-Y แต่กลับมีเม็ดเงินมาลงทุนมากกว่า นั่นก็เพราะว่า Gen-Y ยังอายุน้อย ยังไม่ได้ถือครองสินทรัพย์  ไม่ได้ใช้เวลาครึ่งค่อนชีวิต เก็บหอมรอมริบจนมีเงินถุง เงินถังมาลงทุน ต่างกับ Gen-X หรือ Boomer ที่มีความพร้อมมากกว่าที่จะลงทุน แต่กลับเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีของการลงทุนได้มากเท่าที่ควร 

สรุปง่าย ๆ คือ
Gen-Y เข้าถึงเยอะ เม็ดเงินน้อย 
Gen-X เข้าถึงน้อย เม็ดเงินเยอะ 
 
“แนะนำทั้งสอง Gen อย่างไร กับการให้ความสำคัญในลงทุน”

“ดร.วิน” - การลงทุนเป็นเรื่องที่ทุกคนและทุกวัย ควรศึกษาไว้ เนื่องจากเป็นโอกาสการเพิ่มพูนทรัพย์สินที่น่าสนใจ Gen-Y อาจจะลดประสบการณ์ลงและเพิ่มการลงทุนสักหน่อยเพื่ออนาคต Gen-X และ Boomer เนื่องจากเม็ดเงินเยอะแต่เข้าถึงตลาดและข้อมูลการลงทุนยากกว่า อาจจะเลือกใช้บริการที่ปรึกษาทางด้านการเงินได้เพื่อเข้าถึงการลงทุนได้มากขึ้นนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่างที่ทราบกัน ว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบัน การลงทุนเพื่ออนาคต มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินออกมามากมายหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ตลาดหุ้น ตลาดทอง กองทุน ประกัน หากศึกษาให้ถี่ถ้วนผมเชื่อว่าทุก Gen จะค้นพบรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมกับ Lifestyle ตัวเองครับ 
 
จะเห็นได้ว่าแต่ละ Gen มีวิธีการออมเงินและลงทุนที่ต่างกันออกไป ฉะนั้นคุณอยู่ในวัยไหนก็สามารถเลือกออมและลงทุนได้ตาม Gen ของคุณ การลงทุนที่น่าจะทำกำไรได้มากที่สุดคือช่วง Gen-X และ Boomer เพราะลงทุนในความเสี่ยงสูงได้ การลงทุนและการวางแผนการเงินตาม Gen ต่าง ๆ ทำให้เราตั้งเป้าหมายในการใช้เงินได้ บางคนอาจเริ่มจากการลงทุนในกองทุนรวม ที่รับความเสี่ยงได้น้อย หรืออาจจะซื้อประกันเงินฝากเอาไว้ตั้งแต่เริ่มทำงานใหม่ ๆ คนที่เริ่มซื้อประกันเอาไว้ตั้งแต่อายุยังน้อย จะได้เปรียบตรงที่เงินต้นที่ต้องชำระเบี้ยประกันถูกกว่าคนที่ไปทำตอนอายุมาก สำหรับคำว่า “การลงทุน” ไม่มีคำว่าสายเกินไปนะครับ แค่คุณคิดจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ ก็ถือว่าคุณมาได้ครึ่งทางแล้ว..
 
แต่ละ Gen ควรมีแนวทางการลงทุนการออมแบบเฉพาะตัวไหม ..?
 
“ดร.วิน” ตอบทิ้งท้ายว่า – ไม่ควร เพราะเราพูดแต่ละ Gen ในภาพกว้าง ไม่ได้เจาะจงเป็นรายบุคคล สำหรับแต่ละ Gen แต่ละบุคคลแล้ว การลงทุนเป็นเรื่อง ที่สามารถสร้างให้สอดคล้องกับแต่ละคนได้ ไม่ใช่ต้องเน้นเสมอไปว่า เป็นเด็กอายุน้อยสามารถเสี่ยงได้มาก หรืออายุมากห้ามลงทุนมีความเสี่ยง ซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจผิด เราควรทำความเข้าใจเรื่องการลงทุนให้มากกว่านี้  ซึ่งผมจะมาแนะนำในตอนต่อไปครับ 



ที่มา : https://www.matichon.co.th/advertorial/news_1941274